เลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างจึงมีความสำคัญ ต่อนักถ่ายภาพท่องเที่ยว ทิวทัศน์ หรือที่เรียก กันว่า Landscape แต่ยังมีภาพถ่ายมุมกว้าง อีกประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ใช้เลนส์มุมกว้างในการ บันทึกภาพแต่ให้ภาพที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ขวางได้เช่นกัน ซึ่งเราเรียกการบันทึกภาพ แบบนี้ว่า "พานอรามา (Panorama)"
เป็นที่รู้กันดีว่า ภาพถ่ายมุมกว้างก็ต้องบันทึกโดยการใช้เลนส์ มุมกว้าง (Wide) ถึงกว้างพิเศษ (Ultra Wide) ยิ่งเลนส์มี ทางยาวโฟกัสที่สั้นลงเท่าไหร่ก็ยิ่งครอบคลุมพื้นที่ทางด้านข้าง ได้กว้างมากขึ้นเท่านั้น...
 
 
ภาพที่เสร็จสมบูรณ์ออกมา เป็นแบบ Panorama ให้ อารมณ์แบบการมองไปข้างหน้า  
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีบุคคลอยู่ใน ตำแหน่งขอบภาพก็จะยิ่งเห็นชัดเจนถึงความ บิดเบี้ยวที่ผิดเพี้ยนดังกล่าว ซึ่งในบางกรณีก็ อาจเกิดการติติงได้ว่าทำให้วัตถุในภาพแลด ไม่มีความมั่นคง เพราะเส้นตั้งฉากกับแนวพื้น โลกต่างๆ จะเกิดอาการเอียงอย่างเห็นได้ชัด มากน้อยจะขึ้นอยู่กับความกว้างของเลนส์และ การก้ม-เงยของกล้อง
        ภาพแบบพานอรามาจะถูกบันทึกด้วย ระยะเลนส์มาตรฐานโดยการถ่ายภาพหลายๆ ภาพในระนาบเดียวที่ต่อเนื่องกัน แล้วนำมา
เชื่อมต่อกันภายหลังในขั้นตอนของการทำงาน Process ภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์
ภาพที่ถ่ายแบบเลนส์มุมกว้าง ให้อารมณ์
ภาพแบบการเงยหน้าขึ้นไปมอง บริเวณ
ขอบภาพไม่เป็นเส้นตั้งฉาก
 
          ข้อเสียอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพโดยใช้เลนส์มุมกว้าง (โดยเฉพาะมุมกว้างพิเศษ) ก็คือการทำให้แนวตั้งฉากของวัตถุบริเวณด้าน ข้างของภาพบิดเบี้ยวเป็นแนวสอบขึ้นหรือลง ตามองศาการก้มหรือเงยของกล้อง หรือเรียก อย่่างเป็นทางการว่า Distortion ซึ่งจะทำให้ วัตถุบางอย่างมีลักษณะผิดเพี้ยนไปจากความ เป็นจริง เช่น ส่วนที่เป็นอาคารหรือโครงสร้าง ทางสถาปัตยกรรม, ต้นไม้, เส้นขอบฟ้า ฯลฯ
ซึ่งด้วย คุณสมบัติของช่วงระยะเลนส์ มาตรฐานที่ไม่ทำให้เกิดอาการ ผิดเพี้ยนของเส้นตั้งฉาก (หรือ ถ้ามีก็น้อยมาก) จึงทำให้เรา สามารถแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไป ได้ อีกทั้งยังสามารถครอบคลุม พื้นที่ได้มากกว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับ จำนวนภาพในระนาบนั้นๆ ที่ ทำการบันทึกมา  
 
 
ภาพที่ถูกบันทึกต่อเนื่องใน
ระนาบเดียวกัน เพื่อนำมา
ประกอบเป็น Panorama
ภาวะที่ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพ
แบบ Panorama เพราะนอกจาก
ตัวแบบจะเคลื่อนที่ตลอดเวลาแล้ว
สภาพแสงก็ยังเปลี่ยนแปลงตลอด
เวลาด้วย

        อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพในแบบ พานอรามาไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาแทน ที่การใช้เลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างได้ทั้งหมด เพราะในบางกรณีก็ไม่เหมาะสำหรับการถ่าย ภาพแบบพานอรามา เพราะต้องอาศัยการ ถ่ายภาพหลายภาพติดต่อกัน จึงทำให้ลักษณะ แวดล้อมที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนตำแหน่ง, เปลี่ยนรูปร่างของวัตถุจะไม่เหมาะกับการบันทึก ภาพแบบนี้เพราะจะทำให้การต่อภาพดูไม่เป็น ธรรมชาติหรือไม่สามารถต่อได้เลย ยกตัวอย่าง เช่นในสถานที่ๆ มีผู้คนพลุกพล่านและเคลื่อน ที่ตลอดเวลา ก็จะทำให้ภาพของผู้คนที่ปรากฏ ในภาพแต่ละช็อตอยู่คนละตำแหน่ง ไม่สามารถ ทำการต่อภาพอย่างถูกต้องได้ ภาพชนิดนี้จึง เหมาะกับลักษณะแวดล้อมแบบทิวทัศน์ที่

ตัวแบบไม่มีการเคลืื่อนที่เช่น ภูเขา ต้นไม้ สิ่ง
ก่อสร้าง ฯลฯ มากกว่า
        นอกจากนี้หากสภาพแสงมีการเปลี่ยน
แปลงที่รวดเร็ว ก็จะทำให้แต่ละภาพมีปริมาณ
แสงที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลให้การต่อภาพ
ในภายหลังยากลำบากมากขึ้น
Panorama เทียม คือการนำภาพช็อตเดียว ที่ถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้างมาทำการแก้เส้น ตั้งฉากให้ตรง จากนั้นก็ครอปภาพให้เป็น แนวยาวแบบเดียวกับ Panorama ซึ่งมี ความคล้ายคลึงอยู่ไม่น้อย
 
 
        ประกอบกล้องเข้ากับขาตั้งกล้อง เปลี่ยน โหมดบันทึกภาพมาเป็นโหมดกึ่งอัตโนมัติหรือ โหมด M (ห้ามใช้โหมดอัตโนมัติ) หากใช้ เลนส์ซูมมาตรฐานให้ปรับระยะไปใช้ที่ 50mm ปรับระบบโฟกัสของเลนส์และกล้องไปเป็น แบบปรับตั้งเอง (Manual) แล้วปรับโฟกัสให้ ถูกต้อง จากนั้นทำการวัดแสงให้มีค่าการเปิด รับแสงตามที่ต้องการ (ทำทุกอย่างเหมือนกับ การบันทึกภาพปกติ) ทดลองถ่ายภาพ 1 ภาพ หาก ถูกต้องตามต้องการแล้วก็ลองทดสอบ แนวการกวาดกล้องจากซ้ายไปขวา ดูว่าในช่วง
**คุณอาจจะไม่ต้องใช้
ขาตั้งกล้องก็ได้หากมือ
นิ่งพอ โดยในระหว่าง
การบันทึกภาพ ให้
เคลื่อนไหวบิดเฉพาะ
ลำตัวท่อนบนจากส่วน
เอวขึ้นไปเท่านั้น
  จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องรักษาจุดหมุน
ของกล้องเอาไว้ (ขาตั้งกล้องหรือขาของ
คุณเอง) ให้อยู่กับที่ เพื่อให้ภาพต่อกันได้สนิท
 
ตั้งแต่เริ่มไปจนสุดระยะทางซ้าย-ขวามีอุปสรรค อะไรในการบันทึกภาพหรือไม่? ควรตรวจสอบ ดูแนวเส้นขอบฟ้าหรือระนาบต่างๆ ที่จะใช้เป็น แนวยึดในการกวาดกล้องด้วย
        เริ่มถ่ายภาพแรกจากมุมซ้าย จากนั้น กวาดกล้องกลับมาทางด้านขวาโดยให้มีพื้นที่ ซ้อนทับกันเล็กน้อย (อย่าให้เป็นแนวต่อที่พอ ดี) บันทึกภาพแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสุด แนวอีกด้านที่ต้องการ
        การปรับใช้โฟกัสแบบปรับตั้งเองก็เพื่อ คุมไม่ให้กล้องปรับโฟกัสไป-มาในระหว่างการ เปลี่ยนตำแหน่งมุมภาพ และการปรับมาใช้ โหมด M ก็เพื่อให้ค่าการเปิดรับแสงมีค่าเท่า กันทุกภาพ เพราะหากใช้โหมดอัตโนมัติจะทำ ให้ค่าแสงในแต่ละภาพแตกต่างกันออกไป
 
 
        หากคุณมีพื้นฐานการใช้งานโปรแกรม
ตกแต่งภาพ เช่น Adobe Photosop ก็สามารถ
ใช้มันในการต่อภาพแต่ละภาพเข้าด้วยกันได้
ด้วยเครื่องมือต่างๆ แต่มันยังมีโปรแกรมอีก
หลายๆ ตัวที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับภาพ
Panorama โดยเฉพาะ ซึ่งก็มีทั้งที่ต้องซื้อและ
แบบใช้งานได้ฟรีอยู่หลายโปรแกรม ยกตัวอย่าง
โปรแกรมที่เป็นที่นิยม เช่น Panorama Maker
 
• ภาพดิบที่ได้จากโปรแกรม Hugin และภาพสุดท้าย เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดง
จำนวนภาพในแต่ละชุด
• ยิ่งเคลื่อนไหวลำตัวท่อนบนน้อยลงเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายถึงความนิ่งที่ต่อเนื่องของภาพมาก ขึ้นเท่านั้น
• หากมีวัตถุที่เคลื่อนไหว ต้องดูจังหวะอย่าให้ วัตถุนั้นปรากฏขึ้นในภาพอื่นๆ ให้อยู่เฉพาะ ในช็อตของตัวเองเท่านั้น
• ขาตั้งกล้องชนิดหัวแพนจะใช้งานได้สะดวก กว่าชนิดหัวบอล
• เลือกพื้นที่ถ่ายภาพที่มีลักษณะเปิดโล่ง ไม่มีสิ่งใดมาบดบังทัศนวิสัย
• ติดตั้งตัววัดระดับน้ำที่กล้องหรือขาตั้งจะ ช่วยให้ได้ระนาบที่แม่นยำ ไม่มีปัญหาเรื่อง ภาพเอียง
• ถ่ายภาพโดยใช้แนวตั้งจะช่วยให้ได้พื้นที่ของ ด้านบนหรือด้านล่างมากกว่าแนวนอน
• ระยะ 50mm คือ ระยะเลนส์ที่ใกล้เคียงกับ ตามนุษย์มากที่สุด
• หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพย้อนแสง เพราะจะทำให้รายละเอียดต่างๆ ที่อยู่บนพื้นหายไป
• ยืนแยกเท้าออกจากกันเพื่อความมั่นคง การ ยืนเท้าชิดกันจะทำให้การถ่ายภาพไม่มั่นคง
• ใช้มือทำสัญลักษณ์ให้ถ่ายติดไปในภาพแรก
(www.arcsoft.com) 79.99$ หรือตัวที่ให้ ใช้ฟรี เช่น PANORAMA STITCH Sourceforge Hugin (hugin.sourceforge.net) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วโปรแกรมเหล่านี้จะมีลักษณะ การใช้ งานที่ง่ายแต่ทรงพลัง ความสำคัญจะอยู่ที่ความถูกต้องในขั้นตอนของการบันทึกภาพ มากกว่า
 
 
     
          ภาพแบบ Panorama มักจะสร้างความ น่าตื่นตาให้กับผู้ชม เพราะมันมีคุณสมบัติใน เรื่องของพื้นที่กว้างที่เหมือนกับการมองเห็นด้วยตา และไม่สามารถบันทึกเก็บมาทั้งหมด ในภาพๆเดียวได้ การวางองค์ประกอบภาพ และเลือกมุมอย่างชาญฉลาดจะส่งผลให้ภาพ มีความน่าดูมากยิ่งขึ้น  
        
     
          ภาพ Panorama เป็นภาพถ่ายชนิดที่ ต้องมีขั้นตอนต่อเนื่องในคอมพิวเตอร์ จึงยังคงมีผู้ผลิตงานออกมาไม่มาก ดังนั้นจึงมักจะได้รับการยอมรับได้ไม่ยากหากทำผลงานออก มาได้ดี ซึ่งนอกจากจะเป็นภาพที่ใช้สำหรับดู ด้วยความสวยงามแล้ว ภาพ Panorama ยัง สามารถผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานเฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง  
        
     
  กับพื้นที่ เช่น หมู่บ้านจัดสรร, โรงแรม,
สนามกีฬา ฯลฯ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้
ให้กับนักถ่ายภาพได้ด้วยเช่นกัน
        ดังนั้นการเรียนรู้และฝึกฝนการถ่าย
ภาพแบบ Panorama เอาไว้บ้างย่อมเป็นสิ่ง
ที่ดีแน่นอน!